แม้ว่าเมืองไทยมีสมุนไพรมากกว่า 200,000 ชนิด แต่ยังต่อยอดสร้างมูลค่าไม่ได้มากเท่าที่ควร ขณะเดียวกันเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทยยังเกาะกลุ่มผู้ใช้วัย 50-60 ปีขึ้นไป จึงเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับงานวิจัยที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่สอดคล้องไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเสวนาเรื่องการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อมูลค่าสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก เมื่อวันที่ 11 มี.ค.58 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมี ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และนางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ร่วมเสวนา

ศ.นพ.สิริฤกษ์ชี้ถึงปัญหาที่ผู้บริโภคชาวไทยไม่นิยมใช้สมุนไพรไทยว่ามี 3 อย่าง อย่างแรกคือผู้ใช้ไม่แน่ใจในคุณภาพ อย่างที่สองคือแม้สมุนไพรมีมากกว่า 200,000 ชนิด แต่ส่วนใหญ่เป็นวัสดุชีวภาพที่เสื่อมสลายเร็ว และผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นเป็นผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งไม่มีเทคโนโลยีควบคุมการเสื่อมสภาพ แต่นาโนเทคมีเทคโนโลยีช่วยลดการเสื่อมสภาพโดยการใช้ตัวห่อหุ้มสารออกฤทธิ์ ที่ช่วยคงสภาพวัสดุชีวภาพให้คงอยู่ได้นานขึ้น สุดท้ายคือกลุ่มผู้ใช้สมุนไพรเป็นผู้ที่มีอายุ 50-60 ขึ้นไป จึงเป็นโจทย์ว่าทำอย่างไรให้ขยับผลิตภัณฑ์ลงมาหากลุ่มผู้ใช้ที่มีอายุน้อยลง และสอดคล้องไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นมากขึ้น ซึ่งการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะแก้ปัหาเหล่านี้ได้ 

พร้อมกันนี้ ผอ.นาโนเทคได้ยกตัวอย่างการถ่ายทอดเทคโนโลยีปรับปรุงคุณภาพสมุนไพรสู่เชิงพาณิชย์ ได้แก่ การผลิตโลชั่นน้ำมันรำข้าวนาโนสำหรับใช้บำรุงรากผมให้แข็งแรงและชะลอการหลุดร่วง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าแกรำข้าวเหลือทิ้งในกระบวนการสีข้าว และการพัฒนาสูตรแป้งหอมทานาคาของแป้งห้องศรีจันทร์ เพื่อให้ได้เนื้อแป้งละเอียด เปียกน้ำง่ายขึ้นและล้างออกง่ายขึ้น ช่วยลดความมันบนใบหน้าตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ 

ด้าน นายยงวุฒิ กล่าวว่า วว.มีการสร้างมาตรฐานให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรตั้งแต่ขั้นตอนผลิตจนถึงมือผู้ บริโภค ทั้งในส่วนของนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถของ วว. และหน่วยรับรองมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ และกำลังมีการจัดสร้างโรงงานผลิตสารสกัดสมุนไพรเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เสริมอาหารและยา ตามมาตรฐาน GMP/PICs ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2559 อีกด้วย ทำให้จนถึงปัจจุบันนี้ วว. มีงานวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งในส่วนของสารสกัดออกฤทธิ์จากสมุนไพรที่มีคุณภาพเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน ยาบำรุงต่างๆ และเวชสำอางอีกนับสิบชนิด

ส่วน ดร.นเรศเผยว่าผลิตภัณฑ์เวชสำอางทั้งหมดที่ทีเซลส์พัฒนาขึ้นต้องถูกทดสอบอย่างเข้มงวด ทั้งในระดับสัตว์ทดลอง และอาสาสมัคร ก่อนนำออกสู่ตลาดจริง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในระดับสูงสุดกับการใช้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของประเทศไทย 

ขณะที่นางเกศมณีระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตสมุนไพรได้มากเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน เป็นที่ 1 ของโลกด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติ และเป็นที่ 13 ของโลกด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสภาพผิวจากสมุนไพร อีกทั้งยังมีงานวิจัยใช้ประโยชน์จากสมุนไพรจำนวนมาก แต่ยังไม่มีถูกนำไปใช้เท่าที่ควรและคนไทยกลับไม่นิยมใช้หรือไม่เชื่อถือ 

แนวทางที่นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยมองว่าจะเป็นทางออกสำหรับสมุนไพรไทยคือ การมีหลักฐานและผลการทดลองยืนยันจากห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ มีการพิสูจนผลลัพธ์ทั้งก่อนและหลังใช้เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์ มีเครื่องหมายรับความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการวางแผนทางการตลาดและการจัดแสดงสินค้าให้สมุนไพรไทยดูมีระดับ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นที่เชื่อถือทั้งแก่ชาวต่างชาติและคนไทย อีกทั้งทำให้ขายผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นมาก 

“เทรนด์เวชสำอางของโลกตอนนี้ทุกสายตาหันมาให้ความสนใจกับสมุนไพรจากธรรมชาติ จากประสบการณ์ที่ดิฉันไปออกบูธเครื่องสำอางสมุนไพรมาเกือบทั่วโลก ทำให้รู้ว่าถ้าฝรั่งเห็นบูธจากประเทศไทยมาเขาจะถามก่อนเลยว่า ผลิตภัณฑ์นี้มาจากธรรมชาติหรือเปล่า ถ้าใช่จะแห่กันซื้อแบบถล่มทลาย เพราะสมุนไพรไทยค่อนข้างดังในหมู่ชาวต่างชาติ ต่างกับคนไทยที่ไม่ค่อยนิยมใช้ของไทยทำ ด้วยเหตุนี้การสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพสูง และได้มาตรฐานเป็นที่เชื่อถือจึงเป็นสิ่งที่ต้องรีบทำ” นางเกศมณีกล่าว 

พร้อมกันนี้ยังนิทรรศการผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทย์ อาทิ ผลงานจาก วว.นำเสนอเจลลูกประคบสูตรไพรผสมมะกรูด สบู่ใสสำหรับผิวหน้าจากฟักข้าว ยาเม็ดจากสมุนไพรเพชรสังฆาต บรรเทาริดสีดวงทวาร แผ่นมาส์กหน้าจากสารสกัดจากเห็ดนางรมทองและนางรมดอย เซรั่มจากสารสกัดลองกอง เซรั่มฟักข้าว มาส์กแต้มสิวบอระเพ็ดพุงช้าง นาโนเทคนำเสนอ ป้งหอมศรีจันทร์ทานาคา เจลลดเลือนรอยแผลเป็นจากสมุนไพร โลชั่นน้ำมันรำข้าวบำรุงเส้นผม และทีเซลส์ นำเสนอเซรั่มและครีมบำรุงผิวจากน้ำยางพารา 

“สมุนไพรไทยยังไงก็เป็นอันดับ 1 ของโลก ผมอยากให้คนไทยมั่นใจในประสิทธิภาพและเชื่อมั่นในงานวิจัยที่คนไทยทำแล้วจะ รู้ว่าสมุนไพร เวชสำอางจากสมุนไพรไทยดีไม่แพ้เคาท์เตอร์แบรนด์ราคาแพงๆ ระดับโลกเลย” ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวทิ้งท้ายระหว่างเสวนา